ปัญหาสำคัญที่เจ้าของละเลยไม่ได้ คือการเกิดโรคเจ็บไข้ได้ป่วยของสุนัข ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยแกตัวสุนัข เจ้าของ หรือคนใกล้ชิด เพราะโรคสามารถติดต่อสู่คนได้ คสรป้องกันอย่าให้เกิดโรคจะดีกว่าเกิดโรคแล้วนำไปรักษา บุคคลที่จะช่วยเราได้ในเรื่องนี้คือสัตวแพทย์ตามคลีนิครักษาสัตว์ ผู้เลี้ยงสุนัขต้องติดต่อสัตวแพทย์และคลีนิคสัตว์ประจำไว้ด้วยเสมอ อย่างไรก็ตาม เจ้าของสุนัขต้องหมั่นเอาใจใส่สิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้ด้วย

 

  1. จดวันเกิดของสุนัขไว้ จะได้ทราบถึงอายุสุนัข มีประโยชน์ในการกำหนดโปรแกรมการฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขและโรคลำไส้อักเสษติดต่อ ซึ่งฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ โรคพิษสุนัขบ้าฉีดวัคซีนเมื่ออายุ 3 เดือน โรคลำไส้อักเสษติดต่อร้ายแรง ซึ่งทำให้ลูกสุนัขที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ตายอย่างเฉียบพลันได้
  2. ประวัติการฉีดวัคซีนของสุนัข ควรทำการบันทึกไว้ด้วย รวมทั้งสถานที่ฉีด ผู้ฉีด แหล่งที่มาของยา เวลามีปํญหาเกี่ยวกับโรคนั้น ๆ สามารถตรวจสอบกลับได้ ถ้ามีคลีนิคประจำยิ่งดีเขาจะมีบันทึกต่างๆ ไว้
  3. ให้ความเอาใจใส่ในท่าทางและสังเกต พฤติกรรมของสุนัขทุกวัน ถ้าเกิดอาการผิดปกติก็จะรู้ได้ทันที ควรจะรีบนำไปหาสัตวแพทย์ ไม่ควรปล่อยให้สัตว์ป่วยมากแล้วจึงพาไป จะทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น
  4. ในการพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์ ควรจะให้คนเลี้ยงหรือผู้ใกล้ชิดสุนัขเป็นผู้พาไป เพื่อจะได้ให้ข้อมูลที่ละเอียดและมีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรค ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ต้องให้คนอื่นพาไป ควรจะโน๊ตบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์และอาการต่าง ๆ ฝากไปด้วย
  5. สุนัขตัวเมียจะต้องทำการบันทึกไว้ด้วย ว่าเป็นสัดเมื่อไหร่ เพราะมีหลายรายที่ไปคลีนิคเพื่อฉีกฮอร์โทนคุมกำเนิด แล้วเจ้าของจำเวลาที่สุนัขเป็นสัดไม่ได้ หมอมักจะไม่ค่อยฉีดยาให้
  6. เจ้าของสุนัขต้องเล่าประวัติอาการที่ ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุดบอกอาการทุกอย่างที่พบ เคยมีการให้ยาอื่นมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคยแพ้ยาชนิดไหนบ้าง กินยาเม็ดได้หรือเปล่า ถ้ากินไม่ได้หมอจะใช้ไปเลี่ยงยาอื่นแทน และขณะที่หมอกำลังตรวจ เช่น วักปรอท ตรวจฟังเสียงปอด ตรวจฟังการเต้นของหัวใจ ฉีดยา เจ้าของควรเป็นผู้ช่วย คอยจับและบังคับสุนัขของตนเพื่อให้หมอตรวจได้ง่ายขึ้น
  7. หลังจากที่พากลับมาบ้าน ก็ต้องทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด เช่น เมื่อไปฉีดวัคซีนมาต้องงดอาบน้ำ 7 วัน เพราะสัตว์อาจมีไข้เล็กน้อยจากปฏิกิริยาต่อวัคซีน หรือยาที่หมอสั่งให้มาป้อนสัตว์กิน ก็ให้กินตามเวลา เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหมอนัดให้ไปพบในวันต่อไปก็ต้องไปพบตามนัด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หรือกำจัดสาเหตของโรคให้เป็นไปอย่างเด็ดขาด ยาพวกปฏิชีวนะต้องให้สุนัขกินตามกำหนด (ให้หมด) ที่สัตวแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นจะเกิดอาการดื้อยาได้

นอกจากนี้ ควรนำสุนัขที่แม้ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไรเลยไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนตามกำหนด ทุก ๆปีหรือต ามคำแนะนำ สุนัขเป็นโรคก็เหมือนคนเป็นโรคที่ต้องการการเยียวยาให้หายขาด เป็นหน้าที่ที่เจ้าของจะต้องกระทำเมื่อเราเอามันมาเลี้ยง ความผูกพันต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นเสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว

หากสุนัขได้รับการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ตามกำหนด สุนัขก็จะปลอดภัยจากเชื้อโรคทั้งหลายได้มากทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าสุนัขไม่ได้ฉีดวัคซีนในบางโอกาส ซึ่งบางครั้งก็มีไวรัสบางตัวทำให้เป็นโรคได้ เพราะคุณไม่ได้นำสุนัขไปฉัดวัคซีน นอกจากนี้ ยังมีพยาธิภายในและภายนอก


ดีสเทมเปอร์
เชื้อที่มีความรุนแรงสำหรับสุนัขก็คือ ดีสเทมเปอร์ ลูกสุนัขหรือสุนัขที่ยังเล็กอยู่จะเป็นโรคนี้ได้ง่ายมาก แต่มันก็สามารถเกิดได้กับสุนัขทุกวัยสุนัขจะเบื่ออาหาร ตาตก สั่น และจับไข้ มีน้ำมูกน้ำตาไหล ถ้าหากไม่รีบรักษาโดยด่วน โรคก็จะลามไปถึงปอดลำไส้ และระบบปราสาท อาจทำให้สุนัขเป็นอัมพาต ชักกระตุก หรือมีผลข้างเคียงอย่างอื่น แต่ปกติแล้วจะมีอาการชักกระตุก การป้องกันที่ดีที่สุดคือฉีดวัคซีนป้องกันตั้งแต่อายุน้อย ๆ เป็นการฉีดป้องกันโรคในระยะยาว และซ้ำอีกปีทีละครั้งต่อมา


ตับอักเสษ
รายงานจากสัตวแพทย์บ่งว่า การแพร่เชื้อของไวรัสมีจำนวนมากขึ้นในหลายปีมานี้ โดยทั่วไปแล้วสุนัขที่ยังเล็กอยู่จะเป็นเหยื่อของโรคนี้ อาการที่เห็นได้ชัดคือ ง่วงซึม อาเจียน อยากน้ำอย่างแรง เบื่ออาหาร และอุณหภูมิสูง อาการฝกล้เคียงกับดีสเทมเปอร์มาก อาการที่อาจเกิดได้ร่วมกับอาการดังกล่าวคือ หัว ลำคอ และท้องบวม เชื้อโรคนี้จะแพร่เร็วมาก อาจตายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง การป้องกันก็คือ ฉีดวัคซีนป้องกันแต่เนิ่น ๆ


ลำไส้อักเสษ
โรคนี้ตัวเชื้อโรคคือแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อยู่ในน้ำนิ่ง หรือน้ำที่ไหลช้าๆ ตังที่เป็นพาหนะก็คือหนูและสุนัข การแพร่เกิดได้โดยที่สุนัขไปเลียน้ำที่มีปัสสาวะหรืออุจาระที่มีเชื้อโรคนี้ อยู่ อาการที่พบคือ ท้องร่วง หนกรรไกร ลิ้นและฟันจะมีสีเหลืองออกน้ำตาล เพราะไตเกิดอาการร้อนอย่างรุนแรง
โรคนี้สามารถรักษาได้ถ้ารู้ทันเวลา แต่การฉีดวัคซีนป้องกันจะเป็นการดีที่สุด ซึ่งสัตวแพทย์จะฉีดวัคซีนชนิดนี้ควบคู่กับดีสเทมเปอร์


โรคพิษสุนัขบ้า โรคนี้เป็นโรคที่ทำลายระบบประสาทส่วนกลางอย่างแรง การแพร่เชื้อเกิดจากน้ำลายที่มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยการถูกกัดจากสัตว์ที่เป็นพาหนะโรคสุนัขบ้ารู้จักกับแพร่หลายอยู่ 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือแบบโมโหร้าย ซึ่งสุนัขจะแสดงอาการเริ่มแรกคือ โศรกเศร้าหรือตาตก มีอาการผิดไปจนกระทั่งเป็นอัมพาต ช่วงระยะแรกกินเวลาจาก 2 ชั่วโมงถึงหลายวัน ระหว่างระยะนี้สุนัขจะงุ่นง่านและจะลุกไปมาอยู้เรื่อย ๆ มันจะเบื่ออาหารแล้วจะเริ่มเลียก้นหรือกลืนอะไรแปลก ๆ ช่วงที่มีอาการรุนแรงสุนัขจะตัวสั่น ดุร้าย และจะถูกกระตุ้นไให้วิ่งไปมาตลอด มันจะมีอาการเหมือนกลัวทุกอย่าง และจะวิ่งเข้ากัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้ามันถูกขังกรงหรืคอก มันจะกัดลูกกรงบางทีถึงฟันหักหรือขากรรไกรแตก เสียงเห่าจะฟังเหมือนหอนโหยหวน ในขั้นสุดท้ายหรือขั้นอัมพาต น้ำมูกน้ำลายจะไหลออกจากปากและจมูก ในช่วง 4-8 วัน หลังจากเป็นอัมพาต สุนัขจะตาย ลักษณะที่สองของอาการคือพิษสุนัขบ้าแบบเซื่องซึม อาการจะเริ่มจากสุนัขเดินคล้ายหมี หัวตก ขากรรไกรล่างเป็นอัมพาต และไม่สามารถกัดได้ลักษณะภายนอกดูคล้ายกับว่ามันมีกระดูกติดอยู่ในลำคอ แม้สุนัขของคุณจะถูกสุนัขบ้าหรือสัตว์อื่นกัด มันก็อาจจะรอดชีวิตได้ ถ้าพาไปหาสัตวแพทย์ทันที่จะฉีดยา อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีอาการแสดงออกแล้วก็จะไม่มีวิธีใดรักษาได้ แต่จำไว้ว่าวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้อย่างแน่นอน ถ้าคุณสงสัยว่าสุนัขของคุณจะเป็นโรคนี้ ให้รีบแจ้งอนามัยหรือศูนย์สุขภาพใด ๆ ใกล้บ้าน เพราะโรคสุนัขบ้า เป็นโรคอันตรายมากกับทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ไม่ว่าคนหรือสัตว์


โรคลำไส้อักเสษจากไวรัส
โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งแพร่ได้ง่าย ๆ จากซากสุนัขที่เป็นโรคและโรคนี้เคยระบาดในส่วนหนึ่งของอเมริกา มันเริ่มในแคนาดา ออสเตรีย และยุโรป โรคนี้จะเข้าไปทำลายบริเวณที่เกี่ยวกับลำไส้และระบบการย่อย เซลล์เม็ดเลือดขาวและกล้ามเนื้อหัวใจจะน้อยลง เชื่อกันว่าการแพร่เชื้อเป็นการติดต่อระหว่างสุนัขกับสุนัข แหล่งที่เพาะเชื้อโรคนี้คืออุจจาระหรืซากสัตว์ที่ป่วย ซึ่งเป็นโรคที่ควบคุมยาก ปริมาณการติดต่อของโรคนี้ติดต่อได้ง่ายมาก จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยอาจติดขนหรือเท้าของพาหนะ อาจติดต่อได้จากกรงที่มีเชื้อโรค รองเท้าและอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการระบาดของโรคนี้ในสุนัชก็ไม่สามารถติดต่อไปยังสัตว์อื่นหรือมนุษย์ ได้ อาการที่เห็นได้ชัดคือ การอาเจียนและท้องร่วงอย่างแรง ซึ่งจะปรากฏภายใน 5-7 วันหลังจากได้รับไวรัสตัวนี้ เมื่ออาการป่วยเริ่มโจมตี อุจจาระจะมีสีเทาอ่อนหรือเทาเหลือง บางโอกาสอุจจาระอาจมีเลือดปนออกมาเป็นสาย เนื่องจากโรคนี้มีอาการอาเจียนและท้องร่วงอย่างรุนแรง สุนัขที่ติดโรคจะสูญเสียน้ำอย่างเร็ว ตาาตกและเบื่ออาหารก็อาจเป็นอาการร่วมด้วย โดยมรอุณหภูมิสูงขึ้นโดนเฉพาะถ้าเป็นสุนัขที่เล็ก ๆ อุณหภูมิจะขึ้น 104-106 องศาฟาเรนไฮด์สุนัขที่มีอายุมากจะไม่ค่อยทรมานจากอุณหภูมิที่สูงนี้สักเท่า ไหร่ โรคนี้จะทำให้ตายได้เพียง 2-3% ของจำนวนที่ป่วย โรคนี้อาจทำให้ตายได้ภายใน 48-72 ชั่วโมง หลังแสดงอาการ ลูกสุนัขจะตายง่ายกว่าถึง 75% ของที่ได้รับเชื้อ มันอาจตายได้ภายใน 2 วัน หลังจากที่อาการป่วยเริ่มมากขึ้น

มาตราการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ให้สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคจากสัตวแพทย์ ปรึกษาหมอเกี่ยวกับระยะเวลาที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนและการมารับการป้องกัน โรคครั้งต่อไป มาตราการที่จะป้องกันต่อไปขึ้นอยู่กับเจ้าของสุนัขแต่ละคนที่จะป้องกันการ แพร่เชื้อจากคอกหรือพื้นที่ใกล้เคียงที่สุนัขอาศัยอยู่ เนื่องจากเชื้อโรคนี้แข็งแรงสามารถมีอายุอยู่ได้หลายเดือน จึงต้องมีการป้องกันอย่างเข้มงวดและจริงจัง ส่วนหนึ่งคือการใช้น้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคผสมน้ำ 30 ส่วน ทำความสะอาดที่ต่าง ๆ จะได้ผลดี และดูแลสุนัขอย่าให้ไปยุ่งกับอุจจาระของสุนัขตัวอื่นเวลาออกไปเดินเล่นหรือ ออกกำลังกาย

ข้อมูลจาก: http://www.geocities.com